All posts by jiff

เรื่องย่อ เดิมพัน บัลลังก์เดือด (Jackpot )

กำกับ: นัมกอน
เขียนบท: ควอน ซุนคยู
แนวละคร: ย้อนยุค, อิงประวัติศาสตร์
จำนวนตอน: 24
ออกอากาศ: เกาหลี – 28 มีนาคม 2559 – 14 มิถุนายน 2559 ทางเอสบีเอส
                       ไทย – ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.15-20.15 น. และวันศุกร์ เวลา 19.00-20.00 น. ทางช่อง 3 แฟมิลี่ (หมายเลข 13) ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 – 16 มกราคม 2561
เรื่องย่อ

"พนัน บัลลังก์เดือด"  ("Jackpot" หรือ "The Royal Gambler") เป็นละครที่สร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนโดยนำเหตุการณ์และบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิง

เนื้อหาในละครกล่าวถึงสององค์ชายที่มีชีวิตต่างกันสิ้นเชิง "แพค แทกิล" องค์ชายที่ถูกทอดทิ้งให้ใช้ชีวิตอย่างสามัญชนต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ แต่นั่นก็ทำให้เขาแปลงเป็นนักพนันความสามารถดีที่สุดในโชซอน บุคลิกภายนอกดูเย็นชา แต่ภายในกลับกุมความแค้นเอาไว้ ส่วนอีกด้าน "องค์ชายยอนอิง" องค์ชายผู้เพียบพร้อมทุกอย่าง ผู้คาบช้อนเงินช้อนท้องมาเกิด ผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร โชคชะตานำพาทั้งคู่มาพบกันและต้องต่อสู้กันด้วยการพนัน โดยแทกิลเอาชีวิตเป็นพนันและองค์ชายยอนอิงเอาบ้านเมืองเป็นพนัน

"ลี อินจวา" ชายผู้มีความแค้นต่อพระราชาแห่งโชซอน เขาได้คิดแผนให้ "บ๊กซุน" ซึ่งเป็นเมียของนักพนัน "แพค มันกึม" ใช้เสน่ห์ทำให้พระราชาหลงใหล จนในที่สุด "พระเจ้าซุกจง" ก็ได้แย่งชิงนางมาจากมันกึมด้วยเกมการพนัน ต่อมาบ๊กซุนได้เปลี่ยนเป็น พระสนมซุกบิน ตามแผนที่อินจวาวางไว้ และได้ให้กำเนิดบุตรชาย ซุกบินกลัวว่าลูกของนางอาจจะถูกฆ่าเพราะเป็นลูกที่เกิดจากสามีเก่า นางจึงส่งลูกไปให้มันกึมเลี้ยงดูนอกวัง แต่มันกึมกลับทำตัวเสเพล ไม่เลี้ยงดูลูก ในที่สุดบุตรชายของพระสนมซุกบินก็ตกอยู่ในมือของอินจวา เขาจะใช้เด็กคนนี้ให้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นต่อไป หลังจากนั้นไม่นาน พระสนมซุกบินก็ได้ให้กำเนิดโอรสอีกคน นามว่า "องค์ชายยอนอิง" ซึ่งต่อมาได้แปลงเป็นพระเจ้ายองโจ

20 ปีผ่านไป จากเด็กชายตัวเล็กได้เติบใหญ่ เป็นที่รู้จักของผู้คนในนาม "แพค แทกิล" นักพนันมืออาชีพที่ใช้ชีวิตเสเพล เจ้ายก้ ขี้เมา เพื่อให้ไม่ให้กลายเป็นเป้าโจมตีของเหล่าเสนาบดี และคอยมองหาโอกาสแย่งชิงบัลลังก์ เขาตามหาหลักฐานเพื่อให้พิสูจน์สายเลือดของตนเอง จนวันหนึ่งแทกิลได้พบกับองค์ชายยอนอิง โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าอีกข้างคือสายเลือดเดียวกัน ทั้งสองตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน นามว่า "ทัมซอ" และยังเปลี่ยนเป็นเพื่อให้นกันในเวลาต่อมา แต่อินจวาก็ได้คอยก่อกวนทั้งสอง ทำให้แทกิลและยอนอิงพบอุปสรรคอย่างมาก ยอนอิงถูกขัดขวางไม่ให้ทำงานสำเร็จ แทกิลก็ต้องตกระกำลำบากยิ่งกว่าตกนรก

โชคชะตานำพาให้แทกิลได้รับรู้ความจริงเรื่องวัยเด็กของเขา การตายของบิดา รวมทั้งเรื่องมารดาที่เป็นพระสนมของพระเจ้าซุกจง ทำให้ตัวเขาต้องกลายมาเป็นสามัญชนจนถึงทุกวันนี้ ความลับที่ถูกปิดตายมาตลอดยี่สิบปีได้ถูกเปิดขึ้นอีกที

ด้วยความแค้นที่สั่งสมมา แทกิลตัดสินเล่นเกมพนันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ พนันชีวิตของตนเองกับบัลลังก์ของพระเจ้ายองโจ น้องชายร่วมสายเลือดของตนเอง ท่ามกลางการยั่วยุของอินจวาที่ต้องการให้แทกิลยึดครองบัลลังก์ และแปลงเป็นพระราชาในแบบที่อินจวาต้องการ

ยอนอิงต้องการปกปักษ์รักษาบัลลังก์และความมั่นคงของโชซอน ส่วนแทกิลต้องการหยุดยั้งความสูญเสียที่เกิดจากการชิงอำนาจ ศึกสายเลือดดำเนินไปโดยการชักใยของอินจวา การเล่นพนันพนันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อให้แก้แค้นและยึดครองบัลลังก์ของพี่น้องร่วมสายเลือดได้เริ่มขึ้น  ใครจะชนะในการพนันคราวนี้ ติดตามชมได้ใน "พนัน บัลลังก์เดือด (Jackpot )" ทางช่องสามแฟมิลี่

เรื่องย่อ ฮวารัง อัศวินพิทักษ์ชิลลา (Hwarang: The Poet Warrior Youth) ตอนที่ 2

เนื้อหาตอนที่ 1

เรื่องราวในละครเริ่มขึ้นราว 1,500 ปีก่อน ซึ่งตรงกับปีที่ 12 ในรัชสมัย "พระเจ้าจินฮึง"  

ตลอด 12 ปีของการเป็นพระราชาแห่ง "ชิลลา" อาณาจักรที่เล็กและอ่อนแอที่สุดในบรรดาสามอาณาจักรของเกาหลียุคโบราณ พระเจ้าจินฮึงไม่เคยมีชีวิตที่เป็นสุข พระองค์ถูกคนปองร้ายหมายเอาชีวิตนับตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จึงต้องระเห็จออกจากวังโดยปกปิดฐานะและตัวตนนับแต่นั้นมา พระนาง "จีโซ" พระมารดาของพระองค์ (ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทน) ต้องการขยายพระราชอำนาจและสร้างความมั่นคงให้แก่ราชบัลลังก์ จึงคิดเกณฑ์เด็กชายหนุ่มรูปงามมาฝึกฝนอบรมหมายให้เป็นอนาคตของชิลลา

เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์:

"พระเจ้าจินฮึง" เป็นพระราชาองค์ที่ 24 ของอาณาจักรชิลลา ทรงครองราชย์ต่อจาก "พระเจ้าพอบฮึง"  ผู้เป็น "ตา" (และยังมีศักดิ์เป็นลุงของพระบิดา) ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 540-576) ด้วยเหตุนี้พระราชมารดาของพระองค์ (จีโซ)  จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทน 

ณ หมู่บ้านมังมัง นอกเมืองหลวง (ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชนชั้นต่ำสุดในสังคมชิลลา) ในปีที่ 12 รัชสมัย "พระเจ้าจินฮึง"  

เด็กชายหนุ่มสภาพสุดเสื่อมโทรม "มู-มยอง" (แปลว่า "ไร้นาม") กำลังจะรีบไปทำธุระแต่กลับถูกสามนักเลงอันธพาลประจำหมู่บ้านขวางเอาไว้ เขาจึงบอกทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายว่าให้กลับไปเสีย ที่แท้หัวหน้านักเลงต้องการต่อสู้กับมูมยองแบบแมนๆ หมายชิงตำแหน่งผู้นำประจำหมู่บ้าน โดยให้เหตุผลว่าหมู่บ้านมีผู้นำได้เพียงคนเดียว มูมยองได้ยินดังนั้นจึงยกตำแหน่งผู้นำให้ชายคนดังที่กล่าวมาข้างต้นทันที สามนักเลงถึงกับอึ้งเพราะคาดไม่ถึงว่ามูมยองจะยอมง่ายๆ เช่นนี้ มูมยองเห็นหัวหน้านักเลงไม่พอใจจึงกล่าวว่าตนก็แค่ไม่อยากมีเรื่อง ขืนก่อเรื่องอีกรอบตนมีหวังโดนตาแก่ฆ่าตายแน่ เขาชี้ว่าวิธีนี้หัวหน้านักเลงมีแต่ได้กับได้ เพราะนอกจากจะไม่เจ็บตัวแล้วยังได้ตำแหน่งผู้นำอะไรนั่นไปครองอีกด้วย พูดจบมูมยองก็บอกให้หัวหน้านักเลงเลิกยุ่งกับตนแล้วหันหลังเดินจากไป
หัวหน้านักเลงไม่ยอมเลิกราจึงกวนโทสะด้วยการพูดเรื่องที่แม่ของมูมยองไม่ยอมตั้งชื่อให้ก่อนนำเขามาทิ้งไว้ที่นี่ จากนั้นก็ร้องบอกมูมยองว่าเขาควรใช้ชีวิตเหมือนคนที่ตายไปแล้วแทนที่จะอยู่ขวางหูขวางตาตน มูมยองแค่นหัวเราะก่อนถอนใจ เขาเปรยว่าขืนยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก็เท่ากับตนใจดีเกินไป เขาจึงหยิบลูกเต๋า "จูรยองจู" ออกมาโยนเสี่ยงทายว่าควรจัดการกับคนสามหาวยังไง ปรากฏว่าเขาเปิดได้หน้าที่ระบุให้ "ชกจมูก" สามนักเลงจึงเผลอเอามือกุมจมูกของตนโดยพร้อมเพรียงกัน มูมยองยังไม่ทันได้ลงมืออาการป่วยของเขาก็กำเริบเสียก่อน หัวหน้านักเลงจึงฉวยโอกาสปล่อยหมัดใส่มูมยอง แต่มูมยองหมดสติล้มลงก่อนที่จะโดนรังแก สมุนนักเลงเห็นดังนั้นก็นึกว่าหัวหน้าของตนชกมูมยองจนสลบคามือจึงต่างพากันหัวเราะชอบใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงใครคนหนึ่งร้องลั่น เมื่อเหล่านักเลงหันไปดูก็พบชายร่างโย่งคนหนึ่งวิ่ง (ล้มลุกคลุกคลาน) เผ่านาหาพวกตนดุจนักรบที่โห่ร้องขณะวิ่งเข้าประจัญบานข้าศึก

เรื่องย่อ คุณคือใคร นายนัมชิน? (Are You Human?) ตอนที่ 4

โซบงเห็นนักข่าว "โช กีจา" กำลังแอบถ่ายภาพจึงรีบวิ่งไปจัดการ นักข่าวโชจะขับรถหนีแต่โซบงขวางหน้ารถไว้ ก่อนบุกเข้าไปนั่งในรถแล้วหยิบกล้องขึ้นมาสำรวจ ครั้นคิดว่าทุกคนเข้าไปในสนามบินหมดแล้วทั้งคู่ก็ยิ้มและดีใจที่ทำสำเร็จ ที่แท้ทั้งคู่เป็นเพื่อให้นซี้และเตี๊ยมกันมาก่อน หลังแบ่งเงิน (ค่าเสียหาย) คนละครึ่งแล้ว นักข่าวโชก็สวมนาฬิกาที่สามารถถ่ายรูปได้ให้โซบง ปรากฏว่าบอดี้การ์ดอย่างโซบงคิดแอบถ่ายวีไอพี (คนที่คุณได้รับมอบหมายให้มาปกป้องซึ่งในที่นี้คือนัมชิน) แล้วนำรูปมาขายให้เพื่อให้นรักนักข่าวเสียเอง โซบงจับจี้รูปหัวใจพลางเปรยว่านี่เป็นนัดแรกที่คุณใช้กล้องแอบถ่ายจึงต้องระวังไม่ให้ถูกจับได้ (โซบงจะจับจี้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทุกครั้งที่ลุ้นหรือเป็นกังวลใจ) นักข่าวโชได้ยินว่าชินพึ่งจะเปลี่ยนจากการเดทกับดารามาเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวงดัง จึงเสนอว่าจะจ่ายให้สองเท่าหากโซบงถ่ายรูปคู่ควงคนใหม่ของชินได้

โซบงรายงานหัวหน้าทีมว่าคุณพังกล้องและจ่ายค่าเสียหายให้นักข่าวแล้ว ครั้นหัวหน้าทีมประณามคนที่หากินด้วยการแอบถ่ายและขายรูปคนอื่นว่าเป็นพวกเศษสวะ โซบงก็ท่องคติเตือนใจที่หัวหน้าพร่ำสอนว่า มนุษย์เราต้องหาเลี้ยงชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เมื่อโซบงกลับมายืนสมทบกับเหล่าบอดี้การ์ดหน้าห้องรับรองพิเศษของสนามบิน เพื่อให้นๆ บอดี้การ์ดต่างพากันยกนิ้วโป้งให้คุณ เมื่อบอดี้การ์ดสาวที่ยืนด้านข้าง โซบงเหลือบมองในห้องแล้วคิดว่านักร้องดังคือคู่ควงคนใหม่ของชินก็รู้สึกตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ โซบงจึงเตือนบอดี้การ์ดสาวว่าหน้าที่ของพวกตนคือการปกป้องชีวิตส่วนตัวของวีไอพี และให้มองตรงไปข้างหน้าถ้าไม่อยากโดนไล่ออก แต่คุณกลับคอยเหลือบมองชินแล้วแอบกดชัตเตอร์รัวๆ

พอใช้ได้ภาพที่ต้องการแล้วโซบงก็ขอตัวไปห้องน้ำ คุณถอดนาฬิกาออกมาแกว่งเล่นอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งคว้าข้อมือคุณไว้ ปรากฏว่าชายคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วคือชิน เขาหยิบนาฬิกาไปดูแล้วถามโซบงว่ามีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ใช่ไหม แม้จะถูกจับได้คาหนังคาเขาแต่โซบงพยายามทำใจดีสู้เสือโดยโกหกว่าคุณยึดนาฬิกามาจากนักข่าว (คุณเรียกชินว่า "ผอ.นัม") ชินเขวี้ยงนาฬิกาลงกับพื้นเต็มแรง จนนาฬิกาแกลายเป็นเสี่ยงๆ เขาสงสัยว่าภาพที่ถูกโพสต์ลงในเน็ตก่อนหน้านี้เป็นความสามารถคุณด้วย โซบงปฏิเสธและชี้ว่าเขาเข้าใจผิด ชินแย้งทันควันว่าคุณโกหกเพราะก่อนหน้านี้คุณเพิ่งจะแอบถ่ายรูปตน ตนลงทุนจูบผู้หญิง (ทั้งที่ไม่รู้สึกพิศวาสอะไร) เพราะอยากจับโซบงให้ได้คาหนังคาเขา

โซบงยืนกรานว่าตนไม่ได้แอบถ่ายและเถียงหัวชนฝาว่าเป็นความสามารถปาปารัสซี่ ชินตะคอกเสียงดังลั่นว่ากล้าดียังไงถึงได้โกหกตน พูดจบเขาก็ตบหน้าโซบงสุดแรงจนคุณล้มหน้าคว่ำ เหล่าคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหยิบมือถือมาบันทึกภาพและประณามชินที่ใช้ความร้ายแรง ชินเห็นดังนั้นจึงเกรี้ยวกราดใส่ทุกคน เมื่อทีมบอดี้การ์ดเผ่านาระงับเหตุการณ์ ชินจึงฉวยโอกาสชิ่งหนีไป โซบงเหลือบเห็นชิ้นส่วนนาฬิกาแอบถ่ายกระจายอยู่บนพื้นจึงเอื้อมมือไปเก็บ แต่ "จี ยองฮุน" เห็นเข้าเสียก่อนเลยชิงหยิบขึ้นมาดูและบอกคุณว่าไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง จากนั้นก็ถามหาชิน

เรื่องย่อ ศึกชิงมรดกราชาเป๋าฮื้อ 3 (Heart and Greed)

"Heart and Greed" เป็นละครฟอร์มยักษ์เกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวเรื่องที่ 3 ที่ค่ายทีวีบีผลิตขึ้นต่อจาก "Heart of Greed" (2007), และ Moonlight Resonance (2008) โดยใช้ทีมผู้แสดงชุดเดิม (ผู้แสดงบางคนอาจหายหน้าเพราะหมดสัญญากับทีวีบี) แต่เนื้อเรื่องแตกต่างและไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน สำหรับเนื้อหาในละคร "Heart and Greed" นั้น กล่าวถึงเรื่องราวของคนสองสกุลที่มีภูมิหลัง ไลฟ์สไตล์ และพื้นฐานความคิดต่างกันสุดขั้วแต่มีเหตุให้ต้องมาทำธุรกิจร่วมกัน โดยข้างหนึ่งเป็นเศรษฐีติดดินที่มีภูมิหลังเป็นคนชนชั้นรากหญ้าและสร้างเนื้อสร้างตัวมาจากร้าน "ชานมฮ่องกง" เล็กๆ ส่วนอีกข้างเป็นไฮโซหัวนอก มาจากครอบครัวผู้ดีมีสกุลจึงชอบทำตัวสูงส่ง  

"หวงหย่งเจิ้ง" กับ "หลิงลี่อิ๋ง" เป็นสองสามีเมียที่รักครอบครัวและเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้งคู่ รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวต่างร่วมแรงร่วมใจในการบริหารและขยายกิจการกลุ่มธุรกิจ "เจียชางวั่ง" (Ka Cheong Wong) ของครอบครัว (ซึ่งทำธุรกิจเรียลเอสเตท รวมทั้งร้านอาหาร "เจียชางฉา" ที่ขึ้นชื่อเรื่องชานมฮ่องกง) จนประสบความสำเร็จสมดังที่ตั้งอกตั้งใจ ในเวลาต่อมา "เหลียงซุ่นหัว" (น้องสะใภ้หวงหย่งเจิ้ง) และ "เหลียงจ้าน" (น้องชายเหลียงซุ่นหัว) ต้องการให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดจึงพยายามหว่านล้อมให้หย่งเจิ้งนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่หย่งเจิ้งไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังที่กล่าวมาแล้วโดยให้เหตุผลว่าพวกตนความรู้น้อย การนำธุรกิจครอบครัวเข้าตลาดฯ จึงมีความเสี่ยงสูงเกินไป

แม้ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจและสานฝันน้องชายผู้ล่วงลับได้สำเร็จ แต่หวงหย่งเจิ้งยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำให้ได้ก่อนตาย นั่นคือการชดเชยบุญคุณ "สวี่หย่าหลิน"  (อลัน) ซึ่งเขายกย่องว่าเป็นผู้มีพระคุณ เมื่อหลายปีก่อนสวี่หย่าหลินช่วยให้หวงหย่งเจิ้งพ้นข้อหาฆ่าคนตายด้วยการมาเป็นพยานที่ศาลและช่วยการันตีความบริสุทธิ์ของเขา นับจากนั้นหวงหย่งเจิ้งก็เฝ้ารอวันที่จะได้ทดแทนบุญคุณ (เขาพาครอบครัวไปอวยพรปีใหม่ที่บ้านสวี่หย่าหลินเป็นประจำทุกปี) ครั้นรู้ว่าธุรกิจที่สืบทอดมานานนับศตวรรษของครอบครัวสวี่หย่าหลินกำลังจะล้มละลายเพราะขาดสภาพคล่องและราคาหุ้นดิ่งหนัก หวงหย่งเจิ้งจึงเข้าช่วยเหลือด้วยการควบรวมกิจการของสองสกุลเข้าด้วยกันโดยใช้ชื่อบริษัท "สวี่วั่งกรุ๊ป" (Hui Wong Group) ทำให้ธุรกิจครอบครัวเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน (หวงหย่งเจิ้งให้สวี่หย่าหลินเป็นประธานบริษัท ส่วนตนเป็นรองประธานและซีอีโอ)

การควบรวมกิจการนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทั้งสองบริษัท ทั้งยังทำให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ อย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อความคิดและความประพฤติของคนในครอบครัวหวงหย่งเจิ้ง ในที่สุดปัญหาก็บานปลายแปลงเป็นปมบาดหมางแตกหัก และเกิดการทรยศหักหลังขึ้นในครอบครัว สุดท้ายแล้วเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน "ศึกชิงมรดกราชาเป๋าฮื้อ 3" (Heart and Greed)

เรื่องย่อ ทีมระห่ำพิฆาตทรชน 2 (Anti-terrorism Special Forces II) ตอนที่ 5

คนร้ายคุมตัวจ้าวซินมานั่งหน้ากล้องวิดีโอ พลางข่มขู่และบีบให้คุณอ่านข้อความที่เขียนไว้บนกระดาษ แต่จ้าวซินไม่ยอมอ่านซ้ำยังบ้วนน้ำลายใส่คนร้าย คนร้ายจึงใช้เทปปิดปากจ้าวซินไว้ก่อนเดินไปยกกระดาษหน้ากล้องพลางประกาศว่านี่คือการเอาคืนขององค์กรเหมิงหม่า หนึ่งในคนร้ายสงสัยว่าทำไมต้องถ่ายวิดีโอให้ยุ่งยากเสียเวลา และจะเผยแพร่วินาทีฆ่าให้โลกรู้เพื่อให้อะไร เขากลัวถูกหน่วยดำเนินงานพิเศษฯ ตามมาเด็ดหัว เลยอยากฆ่าจ้าวซินให้สิ้นเรื่องสิ้นราวแล้วรีบกลับฐานที่ตั้ง (นอกพรมแดนจีน) ชายคนหนึ่งจึงโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมไปปรึกษาปาเมี่ยนโฝ แต่ปาเมี่ยนโฝยืนกรานให้ทำตามแผนจนสำเร็จลุล่วงก่อนแล้วค่อยกลับ ครั้นตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์ในโรงงานร้าง  ผบ.ฉางจึงสั่งให้บล็อกสัญญาณ หลังกองกำลังของหน่วยดำเนินการพิเศษฯ ไปถึงและตรึงกำลังรอบโรงงานร้างแล้ว เสธ.ลู่จึงสอบถามสภาพการณ์ของจงหยวน จงหยวนแถลงการณ์ว่าตนอยู่ไม่ไกลจากตัวโรงงาน จากนั้นก็ขอตำแหน่งที่แน่ชัดของจ้าวซิน เหมิงเหมิงส่งภาพภายในโรงงานให้จงหยวน และแจ้งว่าหน่วยดำเนินการพิเศษฯ ปิดล้อมที่โดยรอบโรงงานไว้แล้ว จงหยวนเกรงว่าจ้าวซินจะเป็นอันตรายจึงขอให้ทุกคนรอจนกว่าตนจะเข้าไปช่วยจ้าวซินทางด้านใน

ชายปริศนาจาก MVC ที่ใช้ชื่อรหัสว่าจิงเหลย (ฟ้าลั่น)  โทร.บอกปาเมี่ยนโฝให้ถอนคำสั่งฆ่าจ้าวซิน ปาเมี่ยนโฝได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเพราะเขาเฝ้ารอวันนี้มานาน จิงเหลยเตือนว่าสมุนของเขากำลังถูกจับตาดูอยู่ แถมตอนนี้หน่วยดำเนินการพิเศษฯ ไปที่โรงงานร้างแล้ว ครั้นจิงเหลยแนะให้เก็บจ้าวซินเอาไว้ก่อนแล้วรอจับปลาตัวใหญ่ (จงหยวน) ปาเมี่ยนโฝจึงแย้งด้วยความไม่พอใจว่าหากไม่รีบลงมือตามแผนก็เท่ากับเปลืองแรงเปล่าและอาจถอนกำลังไม่ทัน จิงเหลยฟันธงว่าถึงยังไงคนของปาเมี่ยนโฝก็ไม่มีทางรอดจากตรงนั้น และชี้ว่าจะทำงานใหญ่ต้องกล้าได้กล้าเสีย หากปาเมี่ยนโฝอยากจับมือกับตนต่อไปก็ต้องเชื่อฟังกัน

จงหยวนบุกเดี่ยวเข้าไปในอาคารโรงงานร้างและถูกคนร้ายจับตัวพร้อมปลดอาวุธปืน หลังจงหยวนเข้าไปแล้วต้าเผิงจึงเริ่มบุกประชิดโรงงาน ครั้นจับจงหยวนได้เหล่าคนร้ายจึงเริ่มไลฟ์สด จงหยวนเดินยิ้มไปหาจ้าวซินจากนั้นก็ปลอบโยนและบอกให้คุณวางใจว่าต้องปลอดภัยแน่ จ้าวซินเชื่อมั่นในตัวจงหยวนจึงพยักหน้าทั้งน้ำตา เมื่อคนร้ายสั่งให้ทั้งคู่บอกลากันก่อนตาย จงหยวนจึงบอกแผนการว่าตนจะจัดการกับคนร้ายกลุ่มนี้ยังไงและคนร้ายจะตอบโต้ด้วยวิธีไหน โดยเล่าให้จ้าวซินฟังเป็นฉากๆ ต่อหน้าคนร้ายที่มีอาวุธครบมือ พร้อมกับนัดแนะว่าคุณต้องหลบด้านไหนจึงจะปลอดภัย หนึ่งในคนร้ายได้ยินดังนั้นจึงชี้ปลายมีดไปที่จงหยวนพลางโวยลั่นว่าพวกตนไม่ได้กำลังถ่ายหนัง จงหยวนสบโอกาสแย่งมีดจากมือชายคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น จากนั้นก็เริ่มจัดการคนร้ายทันทีโดยมีมีดพก (และบาทา) เป็นอาวุธ หนึ่งในคนร้ายที่ยังเหลือรอดเล็งปืนใส่จงหยวน แต่จงหยวนกลับเดินเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว ที่แท้ปืนดังที่กล่าวถึงแล้วเป็นของจงหยวนเขาจึงรู้ว่าในรังเพลิงไม่มีกระสุน หลังจัดการคนร้ายและยึดปืนพกคืนมาได้แล้วจงหยวนจึงปลดแม็กฯ และบรรจุกระสุนที่มีติดตัวเพียงหนึ่งนัด จากนั้นก็ยิงใส่คนร้ายคนสุดท้ายที่อยู่ในโรงงานทันที

เรื่องย่อ นางพญางูขาว (The Destiny of White Snake) ตอนที่ 3

"หลีซานเซิ่งหมู่" (เจ้าแม่เขาหลีซาน) เล่าเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นให้งูขาวน้อยซึ่งเป็นลูกศิษย์ฟัง งูขาวน้อยได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่าตนอยากเป็นยอดความสามารถชั้นหนึ่งในโลกเทพเซียน หลีซานเซิ่งหมู่แย้งว่างูขาวน้อยเป็นศิษย์ที่เกียจคร้านและไม่ค่อยตั้งอกตั้งใจบำเพ็ญตบะ (เพื่อให้บรรลุเป็นเซียน) วันๆ ดีแต่ฝันหวาน จากนั้นก็ถามงูขาวน้อยว่าทำไมถึงแอบฝ่าพายุหิมะตามตนออกมาหลังรู้ว่าตนกำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงท้อสวรรค์ งูขาวน้อยอ้างคำพูดหลีซานเซิ่งหมู่ที่เคยบอกตนว่า หากใครได้กินท้อสวรรค์จะช่วยให้มีตบะแก่กล้า แต่หลีซานเซิ่งหมู่รู้ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อให้กลบเกลื่อนความตะกละของงูขาวน้อย คุณจึงพางูขาวน้อยไปที่เขาจิ่วซีแทน ด้วยคิดว่างูขาวน้อยมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการผดุงคุณธรรมให้โลกมนุษย์ แต่การฝึกตนของงูขาวน้อยกลับไม่มีความก้าวหน้าเพราะมัวแต่เกียจคร้าน แถมจนป่านนี้แล้วยังจำแลงกายไม่ได้สักที คุณจึงคิดที่จะให้จื่อเซวียนช่วยสั่งสอนงูขาวน้อย เนื่องมาจากพื้นดวงของจื่อเซวียนมีดาว "ชีชาเก๋อ" (ดาวชิกสัวะ) คุณจึงเชื่อมั่นว่าจื่อเซวียนจำเป็นต้องฝึกงูขาวน้อยได้แน่ ที่สำคัญทั้งคู่ถูกลิขิตให้อยู่ข้างเคียงเพื่อให้ช่วยกันปกป้องโลกมนุษย์ แต่ทว่าทั้งงูขาวน้อยและจื่อเซวียนจำเป็นที่จะต้องเผชิญความทุกข์ 8 ประการบนโลกมนุษย์

หมายเหตุ: พุทธศาสนากล่าวว่า มนุษย์เรามีความทุกข์ 8 ประการ ดังปรากฎในมหาปรินิรวาณสูตรของข้างมหายาน ดังนี้ 1. ทุกข์เพราะเกิด 2. ทุกข์เพราะแก่ 3. ทุกข์เพราะเจ็บ 4. ทุกข์เพราะตาย  5. ทุกข์เพราะต้องพรากจากคนที่เรารัก 6. ทุกข์เพราะพบคนที่เราชัง  7. ทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา 8. ทุกข์เพราะขันธ์ห้า คือ การมีร่างกาย มีความรู้สึก มีความทรงจำ มีการปรุงแต่ง และมีการรับรู้

หลังอาจารย์พามาส่งที่เขาจิ่วซีแล้วหายตัวไป งูขาวน้อยจึงเลื้อยฝ่าหิมะโดยตามเสียงฉิน (พิณ) ไปและมาหยุดตรงหน้าจื่อเซวียน จื่อเซวียนเห็นงูขาวตัวน้อยเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลงของตนก็รู้สึกเอ็นดู แต่แล้วอยู่ๆ หลิงฉู่ (ซึ่งเป็นคนเถรตรง และทำตามกฎหรือคำมั่นสัญญาอย่างเคร่งครัด) ก็บุกมาท้าดวลกับจื่อเซวียนถึงที่ ทั้งๆ ที่จื่อเซวียนพยายามหลบเลี่ยงมาโดยตลอด จื่อเซวียนไม่อยากให้งูขาวน้อยมีอันตรายจึงยื่นมือให้พลางสงสัยว่างูขาวน้อยซึ่งต้องจำศีลในฤดูหนาวหลงมาอยู่บนเขาจิ่วซีที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีได้อย่างไร ครั้นจื่อเซวียนบอกให้งูขาวน้อยหาที่หลบซ่อนตัว งูขาวน้อยจึงเลื้อยเข้าไปซุกใน (อก) เสื้อของจื่อเซวียน

เรื่องย่อ รักไม่ลับฉบับแฟนเกิร์ล (Her Private Life) ตอนที่ 5

ต๊อกมีแวะไปบอกทางบ้านว่าคุณต้องเดินทางไปประมูลงานศิลปะที่เมืองนอก "โก ยองซุก" (แม่ต๊อกมี) ทักท้วงว่าก่อนหน้านี้ต๊อกมีเคยบอกว่างานจะไม่ยุ่งหลังเปิดนิทรรศการ และถามว่าต๊อกมีคงไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการตามไปติ่งนักร้องใช่ไหม  ต๊อกมีแย้งว่าตนไม่ว่างขนาดนั้น คุณพยายามเปลี่ยนเรื่องด้วยการชมซุปกิมจิความสามารถแม่  แต่ยองซุกไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ ซ้ำยังขู่ว่าหากตนจับได้คาหนังคาเขาว่าต๊อกมียังไม่เลิกเป็นติ่ง ตนจะกล้อนผมต๊อกมีและนักร้องชายหนุ่มคนนั้น ต๊อกมีแย้งว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ยองซุกสวนทันควันว่าผิดเห็นๆ ก่อนชี้ว่าต๊อกมีเคยแขนหักขณะตามกรี๊ดนักร้องที่ตนเองคลั่งไคล้สมัยเรียนม. ปลาย หากตอนนั้นต๊อกมีได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย พวกตนคงมีปัญญาส่งต๊อกมีไปเรียนเมืองนอกก่อนที่ครอบครัวจะถังแตก ทุกวันนี้ต๊อกมีไม่ได้เป็นศิลปินเพราะมัวแต่เป็นติ่งบ้าบอ

ต๊อกมีโทษว่าพ่อกับแม่นั่นแหล่ะทำให้คุณเป็นแบบงี้ ยองซุกแย้งว่าตนไม่เคยส่งต๊อกมีไปเรียนวิชาติ่งสักหน่อย ต๊อกมีกล่าวว่าวิถีติ่งเป็นอะไรที่ถูกส่งต่อผ่านทางสายเลือด ติ่งของแท้ต้องเป็นกันตั้งแต่เกิด ไม่ใช่เพิ่งจะเป็น คุณได้เลือดพ่อแม่มาเต็มๆ เลยเป็นติ่งตัวแม่ จากนั้นก็ชี้ว่าตั้งแต่จำความได้คุณเห็นแม่คลั่งถักนิตติ้งและโครเชต์ไม่เลิก ทำให้ทั้งบ้านเต็มไปด้วยงานถักความสามารถแม่ ส่วน "ซอง กึนโฮ" ผู้เป็นพ่อก็คลั่งสะสมหินไม่ยอมเลิกรา วันๆ ไม่พูดไม่จาได้แต่นั่งหลบมุมขัดหิน แม้ไม่ตรวจดีเอ็นเอก็ฟันธงได้เลยว่าคุณเป็นบุตรสาวพ่อกับแม่แน่ๆ ยองซุกได้ยินแล้วอดบ่นสามีไม่ได้ที่ทำตัวเหมือนก้อนหินเข้าทุกวัน ซ้ำยังชอบเก็บหินกลับบ้าน ครั้นต๊อกมีขอตัวกลับที่พัก ยองซุกก็ขนเครื่องเคียงมาให้เป็นตั้งแล้วบอกให้คุณนำกลับไปด้วย พอต๊อกมีบ่นว่าหนักยองซุกเลยอาสาถือไปส่งที่ห้องพัก ต๊อกมีไม่อยากให้แม่ไปส่งเลยใช้ให้ "นัม อึนกี" ไปส่งตนแทน  (เขาเป็นนักยูโดเจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก อายุ 33 ปีเท่ากับต๊อกมี เป็นลูกบญธรรมที่ถูกนำมาเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กดุจเป็นแฝดของต๊อกมี) 
อึนกีรู้ว่าต๊อกมีย้ายมาอยู่ตามลำพังเพื่อให้จะได้ใช้ชีวิตตามวิถีติ่งได้โดยสะดวก เขาจึงเตือนว่าถ้าแม่รู้คุณตายแน่ (เขาเรียกคุณว่า "ซองต๊อก") ต๊อกมีเชื่อว่าแม่คงไม่ทำอะไรโหดๆ เพราะถึงยังไงคุณก็เป็นลูก แต่อึนกีจำได้แม่นว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนต๊อกมีเคยโดนแม่กล้อนผมตอนตีสองหลังถูกจับได้ว่ามัวตามไปติ่งนักร้อง ต๊อกมีรู้สึกแปลกใจที่อึนกีกดรหัสปลดล็อคประตูถูก อึนกีชี้ว่าเดาง่ายจะตาย ถ้าไม่ใช่วันเกิดชีอันก็ต้องเป็นวันที่เขาเดบิวต์ ครั้นเข้าไปในห้องมืดๆ แล้วเห็นเงาตะคุ่มๆ ตรงหน้า อึนกีก็ฟาดแขนออกไปโดยอัตโนมัติด้วยความตระหนกตกใจ พอเปิดไฟแล้วพบว่าอึนกีทำสแตนดี้รูปชีอันคอหัก ต๊อกมีก็โวยลั่นและประณามว่าเขาเป็นฆาตกร หลังจัดเครื่องเคียงใส่ตู้เย็นให้ต๊อกมีแล้วอึนกีก็ขอตัวกลับ เขาเป็นห่วงคุณที่อยู่ห้องพักเพียงลำพังเลยจงใจทิ้งรองเท้าตนไว้ที่หน้าประตูเคียงคู่รองเท้าส้นสูงของต๊อกมี แล้วสวมรองเท้าสลิปเปอร์ (รองเท้าสำหรับสวมใส่ในบ้าน) กลับบ้านแทน