Tag Archives: เพลงหนังจีน

เรื่องย่อ “วุ่นรักนักข่าว” ภาคต่อ3

อาหารไทย ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาในแวดวงคนไทยซะส่วนใหญ่ พล เพื่อให้นซี้ที่ห่วยแตกพอกัน ขอติดตามมาด้วย เพราะคิดว่าน่าจะมีหนทางให้พวกเขามาเสี่ยงดวง ตรีศิลป์ไม่มีทางเลือก จึงยอมมาตายเอาดาบหน้าพร้อมกับพล

 

ภากรยื่นใบลาออกกับสมคิด สมคิดตกอกตกใจมากที่รู้ว่าภากรจะไปอยู่กับ A24 เขาไม่ยอมปล่อยภากรไป ทั้งคู่สมุทราะกันใหญ่โต โดยมี พิระดา เลขาและเมียลับของสมคิด กับ พัฒนะ ทนายประจำบริษัท พยายามจะห้าม แต่ภากรเกิดพลาดท่า ล้มหัวฟาดพื้นและสลบไป สมคิดตระหนกตกใจมาก ทั้งกลัวถูกจับ ประกอบกับเรื่องรายการข่าวคงต้องเจ๊ง หากไม่มีภากรอยู่ พิระดารีบติดต่อไปหา พีระ พี่ชายคุณที่เป็นหมอ และส่งภากรไปรักษา ผลการตรวจพบว่า สมองของภากรได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง ทำให้เขาจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เหมือนสวรรค์ถล่มลงตรงหน้า สมคิด คิดว่ารายการของเขาคงต้องจบสิ้นลงแค่นี้

 

ด้าน ตรีศิลป์ที่มาอยู่ที่ไทยแล้ว ยังไม่รู้หนทางว่าจะทำอะไรต่อไป เงินทองก็เริ่มหมด เขาจึงคิดจะทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ นั่นคือการขายเหรียญที่ผู้เป็นย่าให้มา คืนนั้นขณะที่ตรีศิลป์ลังเลว่าจะขายหรือเปล่าขายเหรียญดี เขาโยนหัวก้อยเพื่อให้เป็นการตัดสิน แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เหรียญเจ้ากรรมกลิ้งลงไปที่ถนน ขณะนั้นฝนเริ่มเทลงมา สมคิดที่ขับรถมามองไม่เห็น จึงชนตรีศิลป์สลบไป สมคิด คิดว่าเขาคงซวยแน่แล้ว ด้วยเพราะกลัวความผิด เขาจึงพาตรีศิลป์ไปให้หมอพีระรักษา หมอพีระจัดการโกนหนวดโกนเคราเพื่อให้ทำแผล แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่า เขาหน้าเหมือนกับภากรที่นอนอยู่เตียงด้านข้างกันเป็นอย่างมาก ต่างกันก็แค่ความเซอร์ที่ไม่มีทางมีในตัวภากรก็เท่านั้น

 

ตรีศิลป์ฟื้นขึ้นมาพบว่าเขาอยู่กับสมคิด พิระดา และพัฒนะ สมคิดไม่รอให้เสียเวลา เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร ก็ยื่นข้อเสนอให้เขาสวมรอยเป็นภากรทันที ตรีศิลป์งงงวยแต่ด้วยเพราะเห็นโอกาสที่ดีทั้งในเรื่องของการงานและเงินทองที่เขากำลังเข้าตาจน ประกอบกับพล ผู้ซึ่งไม่ได้สนใจเงื่อนไขใดๆในสัญญา ยุให้เขาเซย์เยสทันที ซึ่งเขาไม่ได้รู้เลยว่า แท้จริงแล้วมีเงื่อนไขมหาโหดอยู่ในสัญญานั้น สมคิดให้พัฒนะทำสัญญาขึ้นมาโดยมีสัญญา ว่าหากข้างใดเป็นข้างยกเลิกสัญญาก่อน จำเป็นต้องจ่ายเงินให้อีกข้างถึง 10 ล้าน!

เรื่องย่อนิยาย “พรหมพิศวาส” ภาคต่อ6

ทวีศักดิ์พาตัวปานตะวันมาที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง เขาพยายามปลุกปล้ำคุณ ปานตะวันได้สติขึ้นมาพยายามขัดขืนและสู้สุดกำลัง แต่ทวีศักดิ์มีกำลังมากกว่า แต่ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อของเสี่ยหื่นกาม ปพลที่ตัดสินใจตามมาเมื่อยอมให้ปานตะวันเป็นอะไรไม่ได้ เขาสู้กับทวีศักดิ์และลูกสมุนจนพวกมันทุกคนหนีหัวซุกหัวซุนไป แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บ จนปานตะวันต้องช่วยทำแผลให้ การหายตัวไปของปพลและปานตะวันพร้อมๆ กันทำให้นันทิดา ปัทมาและปนิตาไม่พอใจเอาเสียเลย

 

ปพลซาบซึ้งที่ปานตะวันช่วยทำแผลให้เขา ส่วนปานตะวันก็ซาบซึ้งที่เขามาช่วยเหลือคุณ ถ้าไม่ได้เขามีหวังคุณต้องมีตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิต ทั้งคู่พูดดีๆ ต่อกัน และขอโทษที่เคยทำไม่ดีต่อกัน แล้วปานตะวันก็ขอโทษเขาในความรู้สึกผิดในใจเรื่องที่เคยด่าว่าเขาขาดความอบอุ่น พ่อไม่รัก โดยยอมรับว่าได้ยินที่เขาคุยกับพ่อ ปพลพยายามหนีความจริงบอกว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้ แต่ปานตะวันบอกให้เขาสู้กับความจริง ตัวคุณยิ่งกว่าเขาอีก ไม่มีทั้งพ่อและแม่ คราวนี้ปพลพรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ปานตะวันเห็นแล้วสงสารจับใจ และช่วยเช็ดน้ำตาให้ แล้วความปรารถนาในหัวใจกันและกัน ทำให้ทุกอย่างเลยเถิดในค่ำคืนนั้นเมื่อทั้งสองกลายเป็นของกันและกัน

 

ตื่นเช้ามาทั้งปพลและปานตะวันรู้สึกเขินในสิ่งที่เกิดขึ้น ต่างข้างต่างคิดว่าอีกข้างไม่ได้แคร์ในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยไม่ได้กล่าวถึงความเกี่ยวพันที่เกิดขึ้นทั้งๆ ที่ต่างรู้สึกดีต่อกันและอยากจริงจังในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อขับเรือกลับถึงฝั่ง ปานตะวันโดนเล่นงานหนักทั้งจากนันทิดา ปัทมาและปนิตา

 

กลับจากหัวหิน ปานตะวันรู้สึกซึมเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไปร้องเพลงที่ผับก็ขาดชีวิตชีวาจนโดนเจ้าของร้านตำหนิ เช่นเดียวกับปพลที่รู้สึกแปลกๆ ไป นันทิดาพอดูออกว่าลูกชายคิดอะไรกับปานตะวัน

 

ถึงวันงานเปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลง รักสามเส้า ต่อหน้านักข่าว จันทนีมาให้กำลังใจปานตะวันด้วย และคุณเจอนันทิดา ความจริงทั้งคู่เคยพบกันมาแล้วที่บ่อน และเคยปะทะคารมเดือดเมื่อเดินชนกันแต่ไม่มีใครขอโทษ เมื่อรู้ความจริงว่าจันทนีเป็นแม่ของปานตะวัน นันทิดายิ่งเกลียดปานตะวันมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ความหวานของปพลและปานตะวันในมิวสิควิดีโอทำให้นักข่าวพุ่งความสนใจไปที่ทั้งคู่ รุมสัมภาษณ์กันยกใหญ่ ทำให้ปนิตาโกรธเมื่อคุณเป็นนางเอกที่เด่นกว่าปานตะวัน แต่กลับถูกเมิน ไม่มีใครสนใจ เมื่อทนไม่ไหวจึงคิดทำลายชื่อเสียงของปานตะวันด้วยการบอกนักข่าวว่าที่ปานตะวันเล่นฉากกุ๊กกิ๊กกับปพลแนบเนียน เพราะไปนอนค้างอ้างแรมที่เกาะด้วยกันสองต่อสอง เมื่อนักข่าวเริ่มมองปานตะวันในแง่ลบด้วยคำถามที่แรง ปพลยื่นมือเผ่านาช่วยเหลือคุณ โดยบอกว่าเขากับปานตะวันรักกัน

เรื่องย่อนิยาย “พรหมพิศวาส” ภาคต่อ6

ทวีศักดิ์พาตัวปานตะวันมาที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง เขาพยายามปลุกปล้ำคุณ ปานตะวันได้สติขึ้นมาพยายามขัดขืนและสู้สุดกำลัง แต่ทวีศักดิ์มีกำลังมากกว่า แต่ก่อนจะกลายเป็นเหยื่อของเสี่ยหื่นกาม ปพลที่ตัดสินใจตามมาเมื่อยอมให้ปานตะวันเป็นอะไรไม่ได้ เขาสู้กับทวีศักดิ์และลูกสมุนจนพวกมันทุกคนหนีหัวซุกหัวซุนไป แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บ จนปานตะวันต้องช่วยทำแผลให้ การหายตัวไปของปพลและปานตะวันพร้อมๆ กันทำให้นันทิดา ปัทมาและปนิตาไม่พอใจเอาเสียเลย

 

ปพลซาบซึ้งที่ปานตะวันช่วยทำแผลให้เขา ส่วนปานตะวันก็ซาบซึ้งที่เขามาช่วยเหลือคุณ ถ้าไม่ได้เขามีหวังคุณต้องมีตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิต ทั้งคู่พูดดีๆ ต่อกัน และขอโทษที่เคยทำไม่ดีต่อกัน แล้วปานตะวันก็ขอโทษเขาในความรู้สึกผิดในใจเรื่องที่เคยด่าว่าเขาขาดความอบอุ่น พ่อไม่รัก โดยยอมรับว่าได้ยินที่เขาคุยกับพ่อ ปพลพยายามหนีความจริงบอกว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้ แต่ปานตะวันบอกให้เขาสู้กับความจริง ตัวคุณยิ่งกว่าเขาอีก ไม่มีทั้งพ่อและแม่ คราวนี้ปพลพรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ปานตะวันเห็นแล้วสงสารจับใจ และช่วยเช็ดน้ำตาให้ แล้วความปรารถนาในหัวใจกันและกัน ทำให้ทุกอย่างเลยเถิดในค่ำคืนนั้นเมื่อทั้งสองกลายเป็นของกันและกัน

 

ตื่นเช้ามาทั้งปพลและปานตะวันรู้สึกเขินในสิ่งที่เกิดขึ้น ต่างข้างต่างคิดว่าอีกข้างไม่ได้แคร์ในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยไม่ได้กล่าวถึงความเกี่ยวพันที่เกิดขึ้นทั้งๆ ที่ต่างรู้สึกดีต่อกันและอยากจริงจังในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อขับเรือกลับถึงฝั่ง ปานตะวันโดนเล่นงานหนักทั้งจากนันทิดา ปัทมาและปนิตา

 

กลับจากหัวหิน ปานตะวันรู้สึกซึมเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ไปร้องเพลงที่ผับก็ขาดชีวิตชีวาจนโดนเจ้าของร้านตำหนิ เช่นเดียวกับปพลที่รู้สึกแปลกๆ ไป นันทิดาพอดูออกว่าลูกชายคิดอะไรกับปานตะวัน

 

ถึงวันงานเปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลง รักสามเส้า ต่อหน้านักข่าว จันทนีมาให้กำลังใจปานตะวันด้วย และคุณเจอนันทิดา ความจริงทั้งคู่เคยพบกันมาแล้วที่บ่อน และเคยปะทะคารมเดือดเมื่อเดินชนกันแต่ไม่มีใครขอโทษ เมื่อรู้ความจริงว่าจันทนีเป็นแม่ของปานตะวัน นันทิดายิ่งเกลียดปานตะวันมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ความหวานของปพลและปานตะวันในมิวสิควิดีโอทำให้นักข่าวพุ่งความสนใจไปที่ทั้งคู่ รุมสัมภาษณ์กันยกใหญ่ ทำให้ปนิตาโกรธเมื่อคุณเป็นนางเอกที่เด่นกว่าปานตะวัน แต่กลับถูกเมิน ไม่มีใครสนใจ เมื่อทนไม่ไหวจึงคิดทำลายชื่อเสียงของปานตะวันด้วยการบอกนักข่าวว่าที่ปานตะวันเล่นฉากกุ๊กกิ๊กกับปพลแนบเนียน เพราะไปนอนค้างอ้างแรมที่เกาะด้วยกันสองต่อสอง เมื่อนักข่าวเริ่มมองปานตะวันในแง่ลบด้วยคำถามที่แรง ปพลยื่นมือเผ่านาช่วยเหลือคุณ โดยบอกว่าเขากับปานตะวันรักกัน

เรื่องย่อ “กรงกรรม” ภาคต่อ5

ศรีกับสมพรพาเพ็ญมาตัดชุดแต่งงานที่ชุมแสง เพ็ญเห็นก้านจึงรีบวิ่งมาหาเพื่อจะให้ก้านพาหนี แต่ก้านปฎิเสธ และบอกให้เธอลืมเขาซะแล้วแต่งงานกับอาซา เพ็ญเสียใจตบหน้าก้านด้วยความเสียใจ หาว่าก้านทิ้งตนกับลูก ศรีกับสมพรรีบวิ่งออกมาดู แล้วก้านก็บอกลาทั้งน้ำตา ก้านเดินกลับบ้านน้ำตานองหน้าอย่างผู้พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง แล้วก้านก็เอาปืนมาคืนสิทธิ์ สิทธิ์ดีใจที่ก้านไม่ได้ทำสิ่งเลวร้ายและสำนึกตนได้

เรณูยังคงมาช่วยย้อยขายของที่ร้าน และรับหน้าที่ทำขนมงานแต่งกมลตามคำสั่งย้อยอีกด้วย พิไลหมั่นไส้ที่ย้อยกับเรณูเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ปฐมกลับมาบ้านย้อยเพราะรู้จากจดหมายเรณูว่ากมลจะแต่งงาน พิไลแค้นใจที่ปฐมไม่มีเยื่อใยใดๆ หลงเหลือกับตน ซ้ำยังทำหวานใส่เรณูต่อหน้าเธออีก ย้อยดีใจที่ปฐมกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันพ่อแม่ลูก เรณูทำขนมเสร็จสรรพเรียบร้อย ย้อยดีใจที่เรณูมาช่วยงานเต็มที่ จึงบอกให้เรณูเรียกตนเองว่าม้าแทนเถ้าแก่เนี้ยได้แล้ว ปฐมดีใจที่ย้อยยอมรับในตัวเรณูสักที

มงคลกลับมาบ้าน วรรณาฝากของมงคลมาให้เรณู เรณูจึงรีบเอาชุดที่วรรณาตัดมาให้หมุ่ยนี้และจันตาที่บ้าน หมุ่ยนี้ชวนจันตาไปงานแต่งกมล แล้วใส่ชุดใหม่ที่จันตาตัดให้ไปงานอีกด้วย

รุ่งขึ้น ขบวนขันหมากของกมลพร้อมด้วยญาติพี่น้องไปถึงบ้านเพียงเพ็ญ กำนันต้อนรับอย่างใหญ่โต เพ็ญไม่พูดไม่จากับกมล กมลเองก็ได้แต่เฝ้ามองจันตาที่มากับจินกร วงดนตรีของสิทธิ์ก็มาบรรเลงเพลง ที่สำคัญก้านก็มาร้องเพลงที่งานนี้ด้วย ก้านร้องเพลงเกี่ยวกับความรัก เพ็ญได้ยินเลยร้องไห้ใหญ่โต กมลหันไปเห็นจึงรู้สึกแปลกใจ กมลจำก้านได้จึงเดินไปทัก สมพรรีบพากมลไปให้ไกลจากก้านทันที ก่อนจากกัน ก้านเขียนจดหมายลาเพ็ญ บอกจะรักเธอตลอดไป และขอให้ลืมเขาซะ ขอให้ใช้ชีวิตอยู่กับกมลเป็นอย่างดี เพ็ญกอดจดหมายร้องไห้อย่างน่าเวทนา พิธีเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ ทั้งจดทะเบียน ส่งตัวเข้าหอ แต่ทั้งกมลและเพ็ญต่างไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรด้วยเลยสักนิด

จันตาบอกกับหมุ่ยนี้ว่าจินกรขอเธอแต่งงาน แต่เธอยังไม่ได้ให้คำตอบ ด้านปฐมก็บอกกับเรณูว่าปลดทหารแล้วจะสมัครเป็นทหารต่อ เรณูใจหาย เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันฉันท์ผัวเมียต้องห่างออกไปอีก ก่อนกลับ ย้อยเรียกปฐมมาบอกว่าจะซื้อร้านเปิดกิจการให้กับเรณู เพราะร้านขายของจะต้องยกให้ประสงค์กับพิไล ส่วนโรงสีก็รอให้ปฐมปลดทหารแล้วกลับมาดูแล ปฐมไม่กล้าบอกแม่เรื่องที่ตนจะสอบนายสิบต่อ

 

เรื่องย่อละคร ท่านชายในสายหมอก ภาคต่อ5

เบื้องหน้าของชรินทร์กำลังจะปูดออกมา ชรินทร์จึงต้องตามมาฆ่าปิดปากเจ้าชาย ขิง ผู้ติดตามและพัชรีด้วยตัวเองเพราะมั่นใจในอิทธพลของตนเองว่าจะสามารถ เคลียร์ทุกอย่างได้ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่ออิทธิพลที่ใหญ่กว่าจากกษัตริย์ที่รีบเสด็จฯมาตามเจ้า ชาย ชรินทร์จึงต้องโดนจับเข้าไปชดใช้ความผิดในคุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กษัตริย์ทรงทราบเรื่องที่เจ้าชายรักขิง ก็ทรงเขียนเช็คไม่ระบุตัวเลขให้ขิง เพื่อให้จ้างให้ขิงออกไปจากชีวิตของเจ้าชาย ขิงโกรธมากที่โดนหมิ่นศักดิ์ศรีและไม่พอใจที่เจ้าชายหลอกตนเองมาตลอดว่าเป็น คนธรรมดา

 

เจ้าชายจะเผ่านาอธิบายกับขิง แต่ขิงไม่ฟัง ขิงตบหน้าเจ้าชายแล้ววิ่งหนีไปขิงกลับมาบอกกับกษัตริย์ว่าตนเองสามารถตัดใจ จากเจ้าชายได้ เพราะถ้าตนเองรั้งเจ้าชายเอาไว้ มันก็เท่ากับว่าอาจจะทำให้ประเทศของกษัตริย์ต้องขาดเจ้าชายไป เมื่อคิดว่าเป็นความปรารถนาของขิง เจ้าชายจึงยอมกลับไปกษัตริย์แต่ก่อนจะกลับไป เจ้าชายก็ได้ให้พัชรีสัมภาษณ์ตามที่ผู้ติดตามได้ให้สัญญาเอาไว้ พัชรีเริ่มชื่อดังขึ้นมาจากสกู๊ป“เจ้าชายในสายหมอก” พัชรีขอบคุณผู้ติดตามด้วยการหอมแก้มหนึ่งที ในสนามบิน เจ้าชายกับกษัตริย์กำลังจะเสด็จกลับ ขิงไปส่งเจ้าชายด้วยน้ำตา

 

หนึ่ง เดือนต่อมาที่ถนนข้าวสาร ขิงกลับมาทำงานเป็นไกด์และหลอกขายของนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม อยู่ๆก็มีเสียงแตกตื่นว่ามีเจ้าชายมา ขิงรีบวิ่งไปดู ปรากฎว่าขิงได้พบกับเจ้าชายผิวดำ ในขณะที่ขิงกำลังจะเดินผิดหวังกลับไปนั้น คุณก็ได้ยินเสียงหนึ่งที่คุณคุ้นเคยจากหลังของคุณ ขิงรีบหันไป คุณพบกับเจ้าชายซึ่งเดินออกมาจากหลังเจ้าชายผิวดำ เจ้าชายบอกว่ากลับมาจ่ายค่าจ้างที่ติดค้างขิงเอาไว้ โดยที่เจ้าชายมาในชุดลำลองสะพายเป้เหมือนที่เจอขิงวันแรกแล้วทั้งสองโผเข้า กอดกันด้วยความรักที่อัดแน่นเอาไว้ในหัวใจ

 

 

บทประพันธ์โดย : วรรณึก  

บทโทรทัศน์โดย  : ปณธี

ละครแนว : โรแมนติก-คอมเมดี้

กำกับการแสดงโดย : ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย : บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด

ออกอากาศทุกวัน : พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3

ออกอากาศตอนแรก : พุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

เรื่องย่อ “ดวงอย่างนี้ไม่มีจู๋” ภาคต่อ4

โชคบดีตัดสินใจเล่าเรื่องให้ลัคนาฟังเรื่องสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตของโชคชัย จนพบเบาะแสอะไรบางอย่างแต่ยังไม่มีหลักฐาน กายถูกจับพบหลักฐานการโกงบริษัท พันธกานต์ขอลาออกเพราะต้องการรับผิดชอบที่สอนงานกายไม่ดีและทำให้บริษัทวุ่นวาย

โชคบดียอมรับสารภาพรักลัคนา จู่ๆก็คิดว่ามีใครบางคนมองอยู่ มีผู้หญิงยืนจ้องหน้าแล้วชี้ ผู้ชายคนนี้เป็นตัวซวย ! อยู่กับเค้าชีวิตจะมีแต่เรื่องร้ายๆ!

 

ตึ่ง! ลัคกี้ อึ้ง ปล่อยมือจากชายที่คุณรัก คนที่อยู่กับเรื่องดวงมาทั้งชีวิตแบบลัคนาจะตัดสินใจเชื่อดวง หรือเชื่อผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง … เขาบอกคุณว่า

“จำไว้นะ ไม่มีคาถาหรือพรข้อใดที่ปัดเป่าภยันตรายทุกอย่างจากชีวิตเราไปได้ตลอดหรอก สมองและสองมือของเราเองนี่แหล่ะ ที่จะทำนายชีวิตของเราได้แม่นยำที่สุด รังสรรค์พรทุกประการให้เป็นจริงได้ก็คือเรา จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ก็คือเรา…มีแต่เราเท่านั้น”

 

คาแร็กเตอร์ตัวละคร

 

1.ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง (มิ้นต์) : ลัคนา (หรือลัคกี้…เรียกสั้นๆว่ากี้)

อายุ 25 ปี หน้าตาดี ร่าเริงสดใสแต่เก็บซ่อนความรู้สึกเศร้าโดดเดี่ยว และเป็นทุกข์ไว้ภายใน จิตใจดี อ่อนโยน รักครอบครัว จำเป็นต้องทำตัวแข็งนอกอ่อนในเพื่อให้เป็นเสาหลักให้ครอบครัว เปิ่น โก๊ะบ่อยๆเพราะใจลอย ไม่มีสติ มีเรื่องคิดมาก กลุ้มใจเรื่องปากท้อง และความมั่นคงของครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบแทนพ่อที่เสียชีวิตไป เป็นลูกชังของแม่ จนเก็บกดน้อยใจ แต่พยายามเชื่อและปฏิบัติตามคำสั่ง ไม่ขัดใจ ทำตัวเป็นพวกเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อ โชคลาง เข้าขั้นงมงาย จนทำให้ลัคนาไม่เป็นตัวของตนเอง จนกระทั่งได้มาเจอกับโชคบดี แฟนเก่า ที่ลัคนาเทตอนมหาลัย เพราะแอบเอาดวงไปเช็คแล้ว หมอดูบอกไม่ใช่เนื้อคู่กัน แต่แล้วโชคบดีกลับเผ่านาเปลี่ยนวิธีคิดของลัคนาได้เรียนรู้ ว่าสมองและสองมือต่างหากที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้

 

2.ธีรเดช เมธาวรายุทธ (อาเล็ก) : โชคบดี ปานบัวเอี่ยม (ชื่อเล่น โชค)

เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีเสน่ห์ อ่อนโยน จริงใจ พูดน้อย แต่ปากตรงกับใจสุดๆ ยกเว้นเรื่องความรัก มีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว

เรื่องย่อ “ฟ้ามีตะวัน”

บทประพันธ์ : ยกวงศ์ ฉายะจินดา

บทโทรทัศน์: จินต์นัชชา , ลาณีญา

กำกับการแสดง : ตะวัน จารุจินดา

แนวละคร: ดรามา

ผลิต: บริษัท มงคลดี โปรดักชั่น จำกัด

ผู้จัด: ตะวัน จารุจินดา

อวยการผลิต : คณะผู้ตัดสินพิจารณาการผลิตโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ทัพบก ช่อง 7 HD

วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7HD กด 35 หรือทาง Facebook LIVE Official Fanpage BBTV Channel7 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

ระยะเวลาออกอากาศ : ตอนแรก วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563

เรียบเรียง : ละครออนไลน์

ปรมี สุริยกานต์ (โดนัท-งามพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์) ชายชายหนุ่มผู้ต้องการแก้แค้น ม.ล.ปารมี (ชายหนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ) ผู้เป็นพ่อบริษัท Crown Diamond และเจ้าของคฤหาสน์สุริยกานต์ ที่ทิ้งคุณหญิงดารา (ปอ-ณฐมน ภูวะปัจฉิม) แม่ของเขาและคว้าเอา เนตรเสลา (เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์) พนักงานขายเพชรในโชว์รูมบริษัท Crown Diamond ของตนมาเป็นเมีย ความประพฤติของปารมีทำให้ดาราเสียใจมาก ยิ่งเนตรเสลาโกหกว่าท้องและแกล้งตกบันใดเพื่อให้กล่าวร้ายดาราว่าเป็นคนผลักให้ตกลงมาแท้งลูก ดารายิ่งช้ำใจและตรอมใจจนล้มป่วย ในวันที่แม่อาการโคม่า ปรมีตัดสินใจมาขอให้พ่อไปดูอาการแม่ แต่ปารมีกลับเซ็นเช็คและยื่นให้เขาไปจัดการเอง ปรมีเสียใจมาก เขากำเช็คในมือแน่นท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก และฝังใจว่าพ่อไม่รักไม่สนใจเขากับแม่ แถมยังพาเมียน้อยเผ่านาอยู่ในบ้านอีก หลังจากคุณหญิงดารารักษาตัวจนอาการดีขึ้นและได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อให้นสนิทอย่าง เคน หยาง (หน่อง วุฒินันท์ ไหมกัน) รับเขาเป็นลูกบุญธรรม ให้ชื่อใหม่ว่า "พอล" ทั้งแม่และเคน หยางตัดสินใจพาพอลย้ายจากเมืองไทยไปอยู่ที่ฮ่องกง พอล เป็นคนเก่ง ฉลาด จอมคิดแผน กล้าได้กล้าเสีย ชอบเอาชนะ พร้อมทำทุกย่างเพื่อให้ให้แผนการบรรลุความสำเร็จ

 

ผ่านเวลา … 20 ปีต่อมา เมื่อคุณหญิงดาราเสียชีวิต พอลตัดสินใจกลับเมืองไทย และเริ่มแผนการแก้แค้นปารมีและเนตรเสลาในทันที ในคืนงานเลี้ยงเปิดตัวเพชรคอลเลคใหม่ เนตรเสลาหัวเสียอย่างหนักเพราะภาพวีดีโอพรีเซ้นท์ไฮไลท์โชว์เครื่องเพชร Pink Rose เป็นภาพของคุณหญิงดารา เมียเก่าปารมี เนตรเสลาหงุดหงิดแต่ก็ขัดปารมีไม่ได้ จึงลงมานั่งดื่มที่เลาจน์ของโรงแรม

เรื่องย่อละคร บ่วง ตอนที่6

แตกต่างจากรัมภาโดยสิ้นเชิง คุณนายเดือนนับเป็นเศรษฐีนีในละแวกนี้ เพราะคุณได้รับมรดกอย่างมากจากการขายตึกแถวภายหลังที่แม่ของคุณเสียชีวิตลง เดือนแรมเป็นหญิงหม้ายสามีทิ้ง ผู้ชายที่เผ่านาในชีวิตคุณรักเงินมากกว่าตัวคุณ คบกันได้ไม่นานก็ทิ้งคุณไปหมด ปัจจุบันจึงมีแต่สาวใช้จอมกระแดะปัญญาน้อยนิดชื่อ ทองดี เป็นผู้ติดตาม

 

          ด้วยความเป็นคนอยากรู้อยากเห็นของเดือนแรม เมื่อมีเพื่อให้นบ้านมาอยู่ใหม่อย่างครอบครัวของศามนและรัมภา คุณก็อดไม่ได้ที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่อให้ทำความรู้จัก และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ นานาตามที่เคยได้ยินมาจากยายเพ็ญเกี่ยวกับบ้านสวนแห่งนี้ให้รัมภาฟัง แรก ๆ รัมภาก็รู้สึกดีที่มีเพื่อให้นคุย แต่บ่อย ๆ เข้าคุณก็เริ่มรำคาญ เพราะเดือนแรมเป็นคนพูดมากและไม่มีกาลเทศะ เดือนแรมเล่าให้รัมภาฟังว่าเคยได้ยินมาว่า ในอดีตเรือนหลังเล็กแห่งนี้เคยมีคนบ้าถูกขังอยู่ รัมภาจึงให้เดือนแรมพาไปหายายเพ็ญ เพราะอยากรู้ที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้

 

          เดือนแรมเผ่านาพัวพันกับครอบครัวนี้บ่อย ๆ จนเริ่มคุ้นเคย วันหนึ่งรัมภาฝากให้เดือนแรมเฝ้าบ้านให้ เดือนแรมเผลอนอนกลางวันและเคลิ้มเห็นผู้หญิงคนเดียวกับที่รัมภาเคยฝันเห็น คือหญิงสาวคมขำ ผมประบ่าเหน็บหูเรียบร้อย ใส่เสื้อคอกลมแขนกุด นุ่งผ้าโจงสีสวยงาม ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้เดือนแรม และกระซิบข้างหูคุณซ้ำ ๆ ว่า "จำเอาไว้ ฉันจะช่วยแก" ในฝันจากภาพหญิงคมขำ ผมประบ่าที่เห็นตอนแรก ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นผู้หญิงผมรุ่ยร่าย ผ้าโจงแปลงเป็นสีดำ แววตาน่ากลัวเหมือนคนบ้า คุณจึงสะดุ้งตื่นเพราะนึกว่าโดนผีอำ และเล่าเรื่องนี้ให้รัมภาฟัง รัมภาตระหนกตกใจที่เดือนแรมฝันเห็นผู้หญิงคนเดียวกับที่คุณเคยฝัน คุณเล่าเรื่องนี้ให้ศามนฟังอีกที เขายังคงเชื่อว่าคุณคิดมากไปเองเหมือนเดิม

 

          เดือนแรมไปมาหาสู่ที่นี่บ่อยครั้ง จนวันหนึ่งศามนเลิกงานเร็วกว่าปกติ เขาได้มาเจอเดือนแรมที่มาช่วยเฝ้าบ้านให้โดยบังเอิญ นัดแรกที่เดือนแรมเจอเขา คุณรู้สึกพึงพอใจในตัวศามน ส่วนศามนไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับเดือนแรม แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เดือนแรม เขามักได้ยินเสียงท่องมนต์ของใครคนหนึ่ง และมักเห็นเงาหญิงสวย แววตายั่วยวนคนหนึ่งซ้อนอยู่ในตัวเดือนแรม

 

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 10/1

อึนซูพยายามอ้อนวอนคีชอลให้คืนสมุดไดอารี่ให้คุณ คีชอลถามว่าถ้าได้สมุดแล้วคุณจะทำอะไร  อึนซูแย้งว่าถึงเก็บสมุดไว้เขาก็ไม่เข้าใจความหมายอยู่ดี สู้นำมาให้คุณยังดีเสียกว่าแล้วคุณจะช่วยตีความเนื้อหาทั้งหมดให้ คีชอลถามอย่างรู้ทันว่า ข้อความในสมุดเป็นแผนที่นำทางไปสู่ประตูสวรรค์ไม่ใช่หรือ อึนซูรีบบอกว่าคุณเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจจึงอยากศึกษาดูให้แน่ชัดก่อน จากนั้นก็พยายามเกลี้ยกล่อมคีชอลให้คืนสมุดให้คุณ คีชอลรู้ว่าสมุดเล่มนี้มีความสำคัญมาก เลยกลัวว่าถ้ามอบให้อึนซูแล้วคุณจะหนีกลับสวรรค์พร้อมกับสมุดเล่มนี้ เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้สมุดและอึนซูหลุดมือ จึงบอกว่าจะกลับมาอีกรอบหลังอึนซูใจเย็นลงแล้ว

เมื่อเห็นคีชอลถือสมุดเดินออกจากห้อง อึนซูก็ร้องบอกหมอหลวงชางบินให้ปล่อยตัวคุณ เพราะคุณจำเป็นต้องชิงสมุดเล่มนั้นกลับคืนมา หมอชางอธิบายว่า ลำพังตัวเขาเพียงคนเดียวไม่มีทางรับมือคีชอลและอึมจาได้ เขาจึงไม่สามารถชิงสมุดคืนมาให้คุณ จากนั้นก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อึนซูทรุดตัวลงนั่งพลางนึกถึงตัวอักษรในสมุดแล้วกล่าวกึ่งเพ้อด้วยน้ำตานองหน้าว่า "มันเป็นอักษรฮันกึล* ตัวหนังสือในสมุดนั่นเป็นอักษรฮันกึล… ชื่อของชั้น เป็นได้ยังไงกัน… เป็นได้ยังไง ลายเซ็นของชั้น… ชั้นเซ็นชื่อแบบนั้นมาโดยตลอด แต่นี่เป็นนัดแรกที่ชั้นเห็นสมุดเล่มนี้"

* ฮันกึล เป็นอักษรเกาหลีที่พระเจ้าเซจงมหาราช พระราชาองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โชซอน ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้ใช้แทนตัวอักษรฮันจา (อักษรจีน) – และด้วยเหตุว่าในยุคโครยอยังคงใช้ตัวอักษรฮันจา อึนซูจึงแปลกใจเมื่อพบว่าลายเซ็นในสมุดของฮวาตาเป็นอักษรฮันกึล แถมยังเป็นชื่อและลายเซ็นที่คุณใช้อยู่ในยุคปัจจุบันอีกต่างหาก (นอกจากลายเซ็นแล้ว ตัวเลขและอักษรภาษาอังกฤษทั้งหมดในสมุดก็เป็นลายมือของคุณด้วย)

หลังออกจากสำนักหมอหลวงแล้ว คีชอลบังเอิญพบกับชเวยองกลางทาง เขาจึงเอ่ยปากถามชเวยองว่า "ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเคยไปสวรรค์" ชเวยองตอบ "ขอรับ" คีชอลจึงถามว่า "เจ้าเห็นอะไรบ้าง แดนสวรรค์หน้าตาเป็นยังไง"  ชเวยองกล่าว "เผอิญข้ารีบไปรีบกลับ เลยไม่ค่อยได้เห็นอะไรมากนัก" คีชอลถามย้ำ "ไม่เห็นอะไรเลยหรือ" ชเวยองการันตี "ขอรับ" คีชอลถามด้วยความเสียดายว่า "เจ้ามีโอกาสได้ไปสวรรค์ทั้งที แต่กลับนำตัวท่านหมอมาแค่คนเดียวอย่างนั้นรึ" ชเวยองตอบว่า "ข้าทำตามพระบัญชา ฝ่าบาทสั่งให้ข้ากลับมาพร้อมเทพแห่งการรักษาโรค"

เรื่องย่อ ลิขิตรักข้ามเวลา (Nine: Time Travel Nine Times) ตอนที่ 3

ตัดกลับมาที่เวลาปัจจุบัน… ซอนวูกล่าวว่า ตอนนั้นมินยองพยายามอ้อนวอนตนสุดฤทธิ์ ตนเลยอยากช่วยให้มินยองสมหวัง มินยองแก้ตัวว่าตอนนั้นคุณพูดไปเพราะความเมา  และการที่เขาขอใช้ชีวิตร่วมกับคุณแค่ 6 เดือนเพราะความสงสารนั้น ไม่ถือว่าเป็นการแต่งงาน คุณจึงไม่อาจทำใจยอมรับ แม้จะเป็นรุ่นน้องแต่คุณก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี  ซอนวูจึงกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ…. พี่เองก็คิดว่ามันไม่น่าจะเวิร์คตั้งแต่ตอนแรกแล้ว" มินยองได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งอารมณ์เสียจึงเดินลงจากรถด้วยความโมโห

แทนที่จะง้อ ซอนวูกลับบอกมินยองให้เลิกทำตัวเช่นเดียวกันกับเป็นหญิงสาว (เขาหาว่ามินยองเป็นทอมบอย) และเหน็บว่ามีแต่ผู้หญิงหุ่นเป๊ะเท่านั้นที่มีสิทธิเดินเฉิดฉายต่อหน้าชายชายหนุ่มอย่างงี้ มินยองได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งโมโหและโกรธตัวเองที่ปากตรงกับใจ ซอนวูไม่มีทางเลือกจึงต้องขับรถตามทั้งๆ ที่ไม่มีใบขับขี่สากล เขาบอกให้คุณขึ้นรถโดยหว่านล้อมว่า "ขึ้นรถก่อน ถ้าคุณไม่พอใจเงื่อนไขการแต่งงาน ค่อยมาต่อรองกันใหม่" มินยองได้ยินดังนั้นก็บอกว่า "ต่อรองเหรอ ดูคำพูดที่ใช้สิ เพราะแบบงี้ไง (มินยองชี้หน้าซอนวู)  เราถึงไม่มีแฟนกะเค้าสักที" ซอนวูตำหนิมินยองที่ใช้คำพูดปีนเกลียวและขู่ว่าถ้าคุณไม่ขึ้นรถเขาจะทิ้งคุณไว้ที่นี่ มินยองเลยยอมขึ้นรถแต่โดยดี 

ซอนวูถามมินยองว่าโรงพักอยู่ที่ไหนแต่มินยองไม่ยอมตอบเพราะนึกว่าเขาพูดเล่น  ซอนวูไม่ง้อและถามคนที่นั่งอยู่ข้างทางว่าโรงพักอยู่ที่ไหน มินยองเห็นดังนั้นจึงถามว่าจะไปโรงพักทำไม คราวนี้ซอนวูไม่ตอบบ้าง เมื่อไปถึงโรงพักซอนวูก็บอกให้มินยองไปรอตนที่โรงแรม โดยบอกว่าจะโทรฯ หาหลังเสร็จธุระ มินยองคิดว่ามีคนยืนรอซอนวูอยู่ที่หน้าโรงพักจึงถามว่าชายคนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นใคร ซอนวูตอบเพียงว่านี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเดินทางมาที่นี่ มินยองสงสัยว่าซอนวูอาจมีข่าวเด็ดและต้องการเก็บไว้เป็นความลับ แต่ซอนวูการันตีว่าเขามาทำธุระส่วนตัวและเดินลงจากรถไป  มินยองจึงได้แต่สงสัยว่าอะไรทำให้ซอนวูดั้นด้นมาหาตำรวจที่โรงพักในแถบเทือกเขาหิมาลัย